วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2555


Adjectives ( articles -a/an )
Articles เป็นคำคุณศัพท์อย่างหนึ่ง การเรียน Articles ต้องทำความเข้าใจควบคู่ไปกับเรื่องนามนับได้ ( Countable Nouns ) และนามนับไม่ได้ ( Uncountable Nouns ) ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างสับสนสำหรับผู้เรียนซึ่งที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ( Non-native speakers of English ) หรือเรียนภาษาอังกฤษ เป็นภาษาต่างประเทศ ( English as a Foreign Language ) เนื่องจากเป็นเรื่องที่มักจะตัดสินใจยากว่าอะไรเป็นนามนับได้ และอะไรเป็นนามนับไม่ได้ บางครั้งคำเดียวกันสามารถเป็นได้ทั้งสองอย่าง เป็นเรื่องที่มีกฎเกณฑ์มาก และขณะเดียวกัน ก็มีข้อยกเว้นมากเช่นกัน ต้องอาศัยความจำและประสบการณ์ ในการใช้ภาษา เป็นเวลานานจึงจะสามารถใช้ได้อย่างถูกต้อง
หลักการใช้ article นำหน้านาม คือ
เมื่อกล่าวเป็นการทั่วไป
นามนับได้เอกพจน์ จะต้องมี a หรือ an นำหน้าเสมอ
นามพหูพจน์และนามนับไม่ได้ ไม่ต้องมี article ใดๆ
เมื่อกล่าวเป็นการชี้เฉพาะ
จะต้องใช้ the นำหน้าเสมอไม่ว่าจะเป็นนามเอกพจน์หรือพหูพจน์ เป็นนามนับได้หรือไม่ได้
Articles แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ
·         Indefinite Article ได้แก่ a และ an ใช้นำหน้านามนับได้ ( Countable Nouns ) เอกพจน์ทั่วๆไป ( Singular )
·         Definite Article ได้แก่ the ซึ่งใช้นำหน้าคำนามนับได้ ( Countable Nouns ) และนามนับไม่ได้ ( Uncountable Nouns ) ทั้งรูปเอกพจน์ Singular ) และพหูพจน์ ( Plural ) เพื่อให้นามนั้นมีความหมายเฉพาะเจาะจง
การใช้ Indefinite Article : a, an
1. ใช้ a นำหน้าคำนามนับได้ เอกพจน์ ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะและมีความหมายทั่วไปในความหมาย หนึ่ง โดยไม่ต้องการเน้นจำนวน เช่น a woman, a dog, a dentist, a newspaper, a city , a book , a shop เช่น
He is reading a newspaper. เขากำลังอ่านหนังสือพิมพ์
2. ใช้ an นำหน้าคำนามนับได้ เอกพจน์ขึ้นต้นด้วยสระ และมีความหมายทั่วไป เช่น an orange, an umbrella, an hour, an article
It's raining.You will need an umbrella .ฝนกำลังตก คุณจะต้องมีร่มกันฝน.
หมายเหตุ
·         ถ้าคำนามนับได้ เอกพจน์ นั้นขึ้นต้นด้วยสระ แต่ว่าออกเสียงเป็นพยัญชนะ ให้ใช้ a เช่น a uniform, a university, a European, a eucalyptus ( ต้นยูคาลิบตัส ), a utensil, a union, a useful, a unit
·         ถ้าคำนามนับได้ เอกพจน์ นั้นมีคุณศัพท์นำหน้าขยาย ให้ดูดังนี้
-หากคำคุณศัพท์นั้นขึ้นต้นด้วยเสียงพยัญชนะก็ให้ใช้ a เช่น a sweet orange, a big umbrella
-หากขึ้นต้นด้วย เสียงสระให้ใช้ an เช่น an old city, an ugly woman เป็นต้น
·         ถ้าคำนามนั้นขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ แต่ออกเสียงเป็นสระ หรือมี adjective ที่ขึ้นต้นด้วยสระมาขยายข้างหน้านามนั้นให้ใช้ an เช่น
-ออกเสียงเป็นสระ เช่น an hour, an heir, an honor
-มีคุณศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วยสระ เช่น an important person
3. ใช้ a, an นำหน้านามเอกพจน์ เมื่อกล่าวถึงคำนามนั้นเป็นครั้งแรก เช่น
There is a shop on the corner. มีร้านอยู่ 1 ร้านที่หัวมุม ( ใช้ a เพราะเป็นการพูดถึงครั้งแรก )
4. ใช้ a, an แทนพวก กลุ่ม หมู่เหล่า เช่น
A cow is an animal. วัวเป็นสัตว์ขนิดหนึ่ง
= Cows are animals.วัวเป็นสัตว์ An owl can see in the dark. นกเค้าแมวมองเห็นได้ในความมืด
5. ใช้ a, an ในการบอกอัตราต่อ 1 หน่วย ( per ) เช่น
She runs three miles a day. เธอวิ่งวันละ 10 ไมล์ ( เป็นกิจวัตร )
I go to the cinema about once a month. ฉันไปดูภาพยนต์ประมาณเดือนละครั้ง
6. ใช้ a, an หน้าชื่อเฉพาะของผู้มีชื่อเสียงที่รู้จักทั่วไป เพราะมีคุณสมบัติ ความสามารถ หรืออุปนิสัยเหมือนผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบ
He is an Einstein. เขาเป็นคนฉลาดเหมือนไอน์สไตน์
He is a Soontorn Poo of our school. เขาเป็นคนที่แต่งกลอนเก่ง ( เหมือนสุนทรภู่) ของโรงเรียนเรา
หมายเหตุ แต่ถ้าใช้ the แทน a หมายความว่าคนเช่นนั้นมีคนเดียว
He is the Soontorn Poo of our school. เขาเป็นคนที่แต่งกลอนเก่งของโรงเรียนเรา ( เพียงคนเดียว)
He is the Khun Phaen of our family. เขาเป็นคนเจ้าชู้( เหมือนขุนแผน)คนเดียวในครอบครัวเรา
7. ใช้ a, an นำหน้าคำนามที่เป็นสำนวนในประโยคอุทาน เช่น
What a pity !น่าสงสารจัง
What a shame ! น่าอายจัง !
8. ใช้ a, an นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่กล่าวถึงการเป็นสมาชิกของกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มอาชีพ เชื้อชาติ ศาสนา
My father is a teacher. อาชีพ
Robert is an American. เชื้อชาติ
John is a Catholic. ศาสนา
9. ใช้ a, an แทนจำนวน หนึ่งหน้าคำนามที่เป็นสำนวนเกี่ยวกับการนับจำนวนหรือแสดงจำนวนมาก
a dozen of eggs.
ไข่จำนวน 1 โหล
a gross of pens
ปากกาจำนวน 12 โหล
a lot of people
ประชาชนจำนวนมาก
a number of friends
เพื่อนจำนวนมาก
10. ใช้ a, an นำหน้านามที่เป็นสำนวนเกี่ยวกับการเจ็บไข้ได้ป่วย โครงสร้างคือ have + a+ อาการเจ็บป่วย
have a headache ( ปวดหัว )
have a pain in the chest ( เจ็บหน้าอก )
have a stomachache ( ปวดท้อง )
have a cold ( เป็นหวัด )
have a toothache ( ไม่มี a ก็ได้ ) ( ปวดฟัน )
have a fever ( เป็นไข้ )
ยกเว้นถ้าเป็นชื่อโรค ไม่ใช้ a, an เช่น
rheumatism( โรคปวดข้อ )
diabetes ( เบาหวาน )
influenza (ไข้หวัดใหญ )
cancer ( มะเร็ง )
เช่น
He had an itch in the middle of his back .เขามีอาการคันที่กลางหลัง
He had a pain in the neck. เขามีอาการปวดคอ
She is suffering from rheumatism. เธอกำลังทุกข์ทรมานด้วยโรคปวดข้อ
11. ใช้ a,an ในสำนวนที่มีคำต่อไปนี้นำหน้าคือ such, quite, rather, many
We didn't expect such a hot day. เราไม่ได้คาดว่ามันจะเป็นวันที่อากาศร้อนเช่นนี้
He is quite a good boy. เขาเป็นเด็กดีทีดียว
It was rather a short trip. มันเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างสั้น
Many a place in Thailand impressed them. สถานที่หลายแห่งในประเทศไทยประทับใจพวกเขามาก
12. ใช้ a, an หลังโครงสร้างต่อไปนี้
so + adjective+a + นามนับได้ เอกพจน์ ( such a+ นาม ) เช่น
We didn't expect so great a crowd. .เราไม่คาดคิดว่าจะมีคนมากมายอย่างนี้
too + adjective + a + นามนับได้ เอกพจน์
This is too hard a job for him. นี่เป็นงานหนักเกินไปสำหรับเขา
however + adjective + a + นามนับได้เอกพจน
However nice a girl she is, he never like her. ไม่ว่าเธอจะเป็นคนน่ารักอย่างเขาก็ไม่ชอบเธอ
as + adjective + a + นามนับได้ เอกพจน์+ as
She is as good a student as you are.เธอเป็นนักเรียนที่ดีเช่นเดียวกับคุณ
13. สำนวนในภาษาอังกฤษที่ใช้ a,an
all of a sudden
ทันใดนั้น
in a hurry/rush
อย่างเร่งรีบ
as a matter of fact
อันที่จริงแล้ว
in a good/bad mood
อารมณ์ดี/เสีย
as a rule
ตามปกติ โดยทั่วไป
keep an eye on
เฝ้าดู
do a favor
ช่วยเหลือ
make a decision
ตัดสินใจ
earn a living
หาเลี้ยงชีพ
make a living
หาเลี้ยงชีพ
give an idea
ให้ความคิด
make a mistake
ทำผิด
go for a walk
เดินเล่น
make a noise
ทำเสียงดัง
go for a ride
นั่งรถเล่น
make a speech
กล่าวสุนทรพจน์
have a good time
สนุกสนาน
make a wish
อธิษฐาน
have a hair cut
ตัดผม
make a fool of
ทำให้ขายหน้า
it's a shame
น่าขายหน้า
make a request
ขอร้อง
it's a pity that
น่าเสียดาย,น่าสงสาร
tell a lie, tell lies
โกหก
take a trip
เดินทาง
take a look at
มอง ดู
take a picture
ถ่ายรูป
keep a secret
เก็บเป็นความลับ
take a seat
นั่ง
in a position to
อยู่ในฐานะที่จะ
with a view to
เพื่อจะทำให้
on a large scale
อย่างมาก
on an/the average
โดยเฉลี่ย
make a remark
ให้ข้อสังเกต
a couple of
สองสาม
play a joke on
ล้อเล่น
การใช้ a/an และ one
ที่ผ่านมาเป็นการใช้ a/an กับนามนับได้ในความหมายของสิ่งเดียว ( singular ) บางครั้งที่เราต้องการเน้นตัวเลข สามารถใช้ one กับนามนับได้เอกพจน์ เช่น
We'll be in Australia for one ( or a ) year. เราจะอยู่ในออสเตรเลีย 1 ปี
She scored one ( or a ) hundred and eighty points. เธอได้คะแนน 168 คะแนน
จะใช้ one เท่านั้นเมื่อ
·         ต้องการที่จะเน้นว่าสิ่งที่กล่าวถึง มี/เป็น เพียง 1 ไม่ใช่ 2,3,4...... เช่น
Do you want one sandwich or two? คุณต้องการแซนด์วิช 1 หรือ 2 อัน
Are you staying just one night ? คุณจะพักค้างคืนวันเดียวหรือ
·         ใช้ one ในรูปแบบ one ...other / another เช่น
Close one eye, and then the other. ปิดตาข้างหนึ่งก่อนแล้วจึงปิดอีกข้าง
Bees carry pollen from one plant to another. ผึ้งนำเกสรดอกไม้จากต้นหนึ่งไปอีกต้น

38 ความคิดเห็น:

  1. เนื้อหาดีมากเลยค่ะ ได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์มากมายเลย ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ นะคะ

    ตอบลบ
  2. รายละเอียดครบถ้วนดีค่ะ ได้ความรู้เยอะเลย ขอบคุณนะคะ

    ตอบลบ
  3. ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆๆๆนะค่ะ

    ตอบลบ
  4. บล๊อกนี้ให้สาระความรู้มากมาย ได้รับประโยชน์มากเลยค่ะ

    ตอบลบ
  5. มีข้อสงสัยตรงไหนสามารถถามได้นะคะ

    ตอบลบ
  6. เนื้อหาละเอียดครบถ้วน เพิ่มเติ่มจากที่ได้เรียนมากเลยค่ะ ขอบคุณนะค่ะ

    ตอบลบ
  7. เป็นเนื้อหาที่มีประโยชน์มากเลยค่า

    ตอบลบ
  8. ส่วนเล็ก ๆ แต่ก็สำคัญมานะคะ

    ตอบลบ
  9. ได้รับความรู้มากมายเลยค่ะ

    ตอบลบ
  10. ได้ความรู้มากมายเลยคับ

    ตอบลบ
  11. มีประโยชน์มากเลยค่ะ ^^

    ตอบลบ
  12. อันแน่นไปด้วยเนื้อหาสาระจริงๆค่ะ

    ตอบลบ
  13. ได้ความรู้มากเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆนะค่ะ

    ตอบลบ
  14. เป็นความรู้ที่ดีมากเลยค่ะ

    ตอบลบ
  15. ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีๆนะคะ ได้ความรู้มากเลยค่ะ

    ตอบลบ
  16. เนื้อหาคลอบคลุมมากค่ะ กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้ไปรายงานพอดีเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

    ตอบลบ
  17. ขอบคุณสำหรับเนื้อหาสาระดีๆแบบนี้นะค่ะ

    ตอบลบ
  18. ได้ความรู้มาก ครับ

    ตอบลบ
  19. ไม่ระบุชื่อ4 กันยายน 2555 เวลา 07:32

    ขอบคุณคะเนื้อหาดีมากๆๆเลยคะ

    ตอบลบ
  20. เนื้อหาดีมาก ๆ เลย

    ตอบลบ
  21. ได้ความรู้ ในเรื่องที่ไม่รู้มากเลยครับ

    ตอบลบ
  22. เนื้อหาดีมากๆเลยค่ะ นอกจากจะได้ข้อมูลดีๆไปทำรายงานแล้ว ยังได้รับความรู้เพิ่มมากขึ้นเยอะเลยค่ะ
    ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ ที่นำมาฝากน่ะค่ะ

    ตอบลบ
  23. ได้ความรู้เยอะแยะเลยคับ เนื้อหาก็เข้าใจง่ายคับ

    ตอบลบ
  24. ขอบคุณสะหรับเนื้อหาดีๆที่มาแบ่งปันกันน่ะค๊าาาาาา

    ตอบลบ
  25. ได้ความรู้เยอะเลย ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีๆนะคะ

    ตอบลบ
  26. ได้ความรู้ ในเรื่องที่ไม่รู้มากเลยค่ะ ขอบคุณเนื้อหาดีๆๆ ค่ะ

    ตอบลบ
  27. เนื้อหาครบถ้วน มีประโยชน์ในการเรียนมากๆเลยค่ะ

    ตอบลบ
  28. เนื้อหาละเอียดมากค่ะ

    ตอบลบ
  29. เนื้อหาดีมากครับ เข้าใจได้เร็วมาก

    ตอบลบ